November 28, 2022

รีวิวเว็บพนัน

รีวิวเว็บพนัน แนะนำเว็บพนันออนไลน์ ครบวงจรดีที่สุด เว็บไซต์แทงบอลออนไลน์ คาสิโนออนไลน์ บาคาร่าออนไลน์ สล็อตออนไลน์ แบล็คแจ็ค ครบวงจร ขั้นต่ำ 10 บาท.

หนังใหม่

หนังใหม่

หนังใหม่ Fantastic Beasts : The Secrets of Dumbledore – ดูสนุกเพลินครบรส แต่บททำเป็นเพียงแค่เกือบจะเอาอยู่

หนังใหม่ นักสัตว์ดีเลิศวิทยาชายหนุ่มติ๋ม ‘นิวต์ สคามันเดอร์’ แล้วก็สัตว์มหัศจรรย์สารพัดในกระเป๋าดีเลิศกลับมาแล้วนะครับ กับ ‘Fantastic Beasts : The Secrets of Dumbledore’ หรือ ‘สัตว์มหัศจรรย์ ความลับของดัมเบิลดอร์’ ซึ่งเป็นภาพยนตร์ Prequel ที่ ‘เจ.เค.โรว์ลิง’ (J.K.Rowling) ขยายจักรวาลของโลกเวทมนตร์ถัดมาจากเรื่องราวของ ‘แฮร์รี พอเพียงตเตอร์’ (Harry Potter) หรือที่เรียกอย่างเป็นทางการว่า ‘วิซาร์ดดิง’ เวิลด์ (Wizarding World) นั่นเอง

ภาคนี้เป็นภาพยนตร์ลำดับที่ 3 ในแฟรนไชส์สัตว์น่าพิศวงจากทั้งหมด 5 ภาค ที่ยังคงสืบต่อเรื่องราวจาก 2 ภาคแรก ทั้งความปั่นป่วนของโลกมนตร์สมัยโบราณ กับสัตว์น่าพิศวงใน ‘Fantastic Beasts : and Where to Find Them’ (2016) แล้วก็ก้าวเข้าสู่สงครามที่บิดามดแม่มดแบบเต็มกำลังใน ‘Fantastic Beasts : The Crimes of Grindelwald’ (2018) (ซึ่งทั้ง 2 ภาคสามารถหาดูได้ใน HBO GO นะครับ) หนังใหม่

กว่าจะเดินทางมาถึงภาคนี้ ความเปลี่ยนแปลงสำคัญที่เห็นได้ชัดอย่างหนึ่งก็คือ การยอมถอนตัวของดาราหนังหลักอย่างพ่อ ‘จอห์นนี เดปป์’ (Johnny Depp) ผู้ครอบครองหน้าที่ ‘เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์’ (a.k.a น้าหน่อย ชวนยิ้ม) ที่แพ้คดีฟ้องสื่อหนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ จากกรณีคดีฟ้องหย่าภรรยานั่นแหละ ผลกระทบก็คือ พ่อเองถูกวอร์เนอร์ บราเธอร์ส (Warner Bros.) ขอให้ถอนตัวพร้อมกับรับเช็กเงินค่าตระหนกตกใจ แล้วก็เรียกใช้งานผู้แสดงดาวร้ายตัวพ่ออย่าง ‘แมดส์ มิกเกลสัน’ (Mads Mikkelsen) มารับบทพ่อมดฝั่งมืดในภาคนี้แทน

เดวิด เยตส์ (David Yates) ผู้กำกับจากทั้งคู่ภาคแรก (รวมทั้งผู้กำกับจากภาพยนตร์แฮร์รี พอเพียงตเตอร์) กลับมารับหน้าที่กำกับดังเดิม ‘เจ.เค.โรว์ลิง’ (J.K.Rowling) คนเขียนบทจากทั้ง 2 ภาค และ ‘สตีฟ โคลฟส์’ (Steve Kloves) คนเขียนบทแฮร์รี พอเพียงตเตอร์ทั้งยัง 7 ภาคมาแปะมือด้วยกันเขียนบทเป็นครั้งแรก toy people

หลังจากที่ ‘อัลบัส ดัมเบิลดอร์’ (Jude Law)

ล่วงรู้ความลับว่า ‘เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์’ (Mads Mikkelsen) เริ่มระดมกองทัพเพื่อหวังครอบครองโลกเวทมนต์จากที่ดวงใจประสงค์ โดยที่เขาตั้งเป้าหมายว่า เขารวมทั้งกองทัพจะล้มล้างมักเกิลผู้ไร้มนตร์ให้หมดสิ้น ด้วยกลเกมการเมืองที่เขาวางแผนเอาไว้ในพิธีกรรมออกเสียงหัวหน้าสูงสุดที่โลกมนตร์ พร้อมกับการควบคุม ‘ครีเดนซ์ แบร์โบน’ (Ezra Miller) แล้วก็ ‘ควีนนี โกลสตีน’ (Alison Sudol) ที่หักหลังมาอยู่ฝั่งของกรินเดลวัลด์แบบสุดกำลัง

หนังใหม่ ดัมเบิลดอร์จึงต้องเรียกนักสัตว์วิเศษวิทยา ‘นิวต์ สค้างมันเดอร์’ (Eddie Redmayne) นำกองทัพเหล่าพ่อมด แม่มดทั้ง ‘ธีซีอุส สคามันเดอร์’ (Callum Turner) พี่ชายของนิวต์ หัวหน้าสำนักงานมือปราบที่กระทรวงเวทมนตร์คาถาที่อังกฤษ ‘ยูซุฟ คามา’ (William Nadylam) ผู้มีความประสงค์ล้างแค้นที่กรินเดลวัลด์ฆ่าน้องสาวในกองเพลิงในภาคที่แล้ว และก็มักเกิลอย่าง ‘เจคอบ วัววาลสกี’ (Dan Fogler) มาร่วมประจันหน้าภารกิจเสี่ยงตาย แล้วก็ค้นหาความลับของดัมเบิลดอร์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกรินเดลวัลด์ แล้วก็สัญญาเลือดที่ทั้งสองทำไว้ร่วมกัน ทำให้การปราบมารระดับพี่เบิ้มจึงไม่ใช่เรื่องที่ทำเป็นง่ายๆ

ก็อาจจะไม่เกินเลยนักหากจะบอกว่า ด้วยผลบุญที่ตัวหนังในภาคนี้เป็นภาคที่ 3 จากทั้งหมด 5 ภาคที่ตั้งเป้าเอาไว้ ตัวเรื่องราวในภาคนี้ก็เลยจะต้องมีหน้าที่ขยายเรื่องราวของตนเองให้ใหญ่ขึ้น พร้อมกับคลายปัญหารวมทั้งผลักเป้าไปสู่เรื่องราวที่ใหญ่ขึ้นกว่า 2 ภาคแรก ซึ่งเป็นอย่างงั้นจริงๆครับผม ตัวบทขยายใหญ่จาก 2 ภาคที่แล้วขึ้นเยอะมาก ทั้งยังเรื่องราวการเสี่ยงภัยแล้วก็การต่อสู้ที่จำเป็นต้องเดินทางไปยังตรงนั้นที่นี่มากไม่น้อยเลยทีเดียว แล้วก็เงื่อนเรื่องราวที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของคู่แข่งขันอย่างดัมเบิลดอร์และก็กรินเดลวัลด์ ที่หากแม้ในภาคที่แล้วจะแอบเปรยไว้บ้าง แต่ว่าในภาคนี้ก็จะเน้นเพิ่มมากขึ้น

ในแง่ของการดำเนินเรื่อง เอาจริงเอาจังๆคนเขียนมองว่าในภาคนี้ บทออกจะกลมกล่อมละมุนละไมแล้วก็ดูง่ายยิ่งกว่าภาคที่แล้วพอสมควรครับผม พูดได้ว่าออกจะประนีประนอม ปรับสมดุล รวมทั้งปรับแผนภูมิเรื่องราวให้เข้าที่มากยิ่งกว่าสองภาคแรกอย่างชัดเจน ตัวหนังยังคงใส่ Easter Egg จากจักรวาลแฮร์รี เพียงพอตเตอร์ มาให้เหล่าเพียงพอตเตอร์เฮด (Potterhead) ได้กรี๊ดกันแบบจุกๆ หนังใหม่

แต่ตัวบทเองก็เริ่มจะปรับแต่งเรื่องราวให้ครบรส และคงจะทำให้มักเกิลที่มิได้อิน ก็คงจะดูได้แบบสนุกครบรส ทั้งยังแอ็กชันที่มีเล็กน้อย พล็อตหนังเกมการเมืองที่แทรกเข้ามาได้แปลกใหม่ดีสำหรับโลกเวทมนตร์คาถา สัตว์วิเศษที่หากแม้ในภาคนี้จะมีไม่มากมาย แต่เหล่าน้อนๆที่มาใหม่ก็ล้วนแต่น่ารักน่าเอ็นดูกันทั้งนั้น โดยเฉพาะน้อนกิเลน สัตว์ดีเลิศชั้นสูงที่มีสัมผัสลึกถึงจิดหัวใจคนได้ และน้อนปูชะนีที่เรียกเสียงหัวเราะได้ดีมาก ส่วนน้อนๆกลุ่มเดิมก็ยังคงสร้างสีสันให้กับตัวหนังได้อย่างน่าเอ็นดู

รวมถึงการเพิ่มบทบาทให้มักเกิลอย่างเจคอบได้ออกโรงเพิ่มมากขึ้น (ราวกับที่ได้เห็นในตัวอย่าง) การเล่าเรื่องความเชื่อมโยงระหว่างดัมเบิลดอร์และกรินเดลวัลด์ ที่ตัวหนังเบาๆเล่าถึงความผูกพันลึกซึ้งอะไรบางอย่างระหว่างกันและกัน รวมทั้งอุดมการณ์ที่ขัดแย้งกันจนถึงก่อให้เกิดสงคราม และก็การใส่มุกฮาสถานที่ทำงานได้ดีมากยิ่งกว่าภาคที่แล้วอย่างน่าประหลาด ก็น่าจะเป็นนิมิตหมายอันดีที่ตัวหนังสามารถถ่วงน้ำหนักระหว่างความสนุกสนานน่าติดตาม และความจงรักภักดีอย่างแน่นแฟ้นต่อแฟรนไชส์แฮร์รี พอเพียงตเตอร์สำหรับเหล่าแฟนๆได้จัดว่าออกจะสมดุลและก็ออกมากลมกล่อมละมุนละไมกว่าสองภาคแรกอย่างเห็นได้ชัด

แต่ว่าถึงกระนั้นก็ตาม ตัวหนังเองก็ยังคงมีปัญหาที่ยังแก้ไม่หายจากสองภาคแรกครับผม ซึ่งก็คือเรื่องราวที่มีเส้นเรื่องยุ่บยั่บเยอะไปหมด ซึ่งน่าจะมาจากการที่ตัวหนังมีตัวละครค่อนข้างจะเยอะแยะ แล้วก็แอบทายใจว่า เจ.เค.โรว์ลิงเองก็ยังติดขั้นตอนการเขียนแบบนิยาย ที่จำเป็นต้องย้ำเนื้อหาแล้วก็มีหลายดูดซับพล็อต (หลายเส้นเรื่อง) ลงมาในบทภาพยนตร์ ที่จำเป็นจะต้องออกแบบเส้นเรื่องให้จัดการและคลีนกว่านิยายหรือวรรณกรรมเยาวชนที่จะเล่าด้วยกระบวนท่าแบบไหนก็ได้ เพราะว่าคนอ่านคิดตามเอาเองได้อยู่แล้ว หนังใหม่

แล้วก็การพยายามกั๊กเนื้อหาบางอย่าง

รวมทั้งบางตัวละครเอาไว้ไปเล่าในภาคต่อไปด้วย คือก็เข้าใจได้นะครับว่าตัวหนังทั้งสิ้นมันมี 5 ภาค ก็เลยจำต้องลดบทบาทบางนักแสดงที่ไม่จำเป็นลงบ้าง แต่ก็แอบรู้สึกเช่นกันว่า เอาตัวละครที่หายไป มาแทนที่นักแสดงบางตัวที่ดูไม่ค่อยจะมีบทบาทสำคัญไปซะเลยก็ไม่น่าจะเสียหายมั้ง ยังดีที่ได้ สตีฟ โคลฟส์ มือเขียนบทที่เคยชินกับจักรวาลแฮร์รี เพียงพอตเตอร์มาช่วยเหลือกันตบให้เข้าที่เข้าทางได้มากพอควร

และการที่นักแสดงบางตัวก็แอบมีทางเลือกแล้วก็จุดเปลี่ยนที่ยังไม่ค่อยเมกเซนส์สักเท่าไหร่ อยู่ดีๆก็เปลี่ยนแปลงอุดมการณ์กันแบบดื้อๆซะอย่างงั้นล่ะ ตรรกะของเหตุในบางฉากที่เชื้อเชิญให้แอบงงเต็กว่ามาเชื่อมโยงกันได้อย่างไร หรือทำไปเพื่ออะไรกันแน่ แล้วก็ยิ่งพอตัวหนังเองค่อนข้างจะดำเนินเรื่องช้ามากมายๆในระดับที่จัดว่าเนือยตลอดทั้งเรื่อง ก็ยิ่งทำให้ตัวหนังค่อนข้างเยิ่นเย้อหนักเข้าไปอีก แต่ว่าไอ้ฉากที่ดันอยากให้ยาวๆหรือเน้นย้ำๆอย่างเช่นแอ็กชันต่อสู้ด้วยเวทมนตร์คาถา กลับสั้นและก็รวบรัดเกินเหตุเสียอย่างงั้นล่ะ

ในส่วนของดาราหนัง จริงๆโดยรวมก็จัดว่าไม่ผิดหวังครับ แม้ว่าเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์ดีเลิศจะยังคงโดนเส้นเรื่องของสงครามรวมทั้งความลับของดัมเบิลดอร์กลบอยู่พอควร แต่ว่าตัวของ ‘เอดดี เรดเมน’ (Eddie Redmayne) ผู้รับบท ‘นิวต์ สคามันเดอร์’ ก็มีโอกาสได้โชว์การแสดงมากขึ้นจากภาคที่แล้วอยู่เช่นกัน หากว่าเส้นเรื่องและหน้าที่ของนิวต์จะนั้นแทบกลายเป็นบทสมทบไปแล้ว ส่วน ‘จูด ลอว์’ (Jude Law) ก็ยังสวมบทบาท ‘อัลบัส ดัมเบิลดอร์’ ได้เฺฉียบคมและก็ทรงพลังน่าประทับใจเหมือนปกติ

และผู้แสดงที่ผู้คนจำนวนมากมุ่งหวังอย่าง ‘แมดส์ ไม่กเคลเซน’ (Mads Mikkelsen) เองก็กล่าวได้ว่า เอาอยู่กับบท ‘เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์’ ได้มีเสน่ห์รวมทั้งน่าเกรงขามแล้วก็เฉพาะบุคคลมากมายๆครับผม นักเขียนเองก็ยากที่จะฟันธงว่าผู้ใดแสดงดีกว่า เพราะต่างคนต่างก็มีสไตล์ที่ต่างกันอย่างชัดเจน แต่ขั้นต่ำๆพี่แมดส์เองก็ถือว่าเอาอยู่ และก็น่าจะพอเพียงทดแทนกรินเดลวัลด์ฉบับป๋าเดปป์ได้แบบไม่น่าจะติดอะไรแล้วล่ะครับผม

หนังใหม่ สรุปโดยรวม ‘Fantastic Beasts : The Secrets of Dumbledore สัตว์อัศจรรย์ ความลับของดัมเบิลดอร์’ ถือได้ว่าเป็นการถ่วงสมดุลการเดินเรื่อง ทั้ง Easter egg! ในจักรวาลที่ขยายใหญ่มหึมากว่าเดิม แต่ว่าก็ชวนให้รู้สึกคิดถึงบรรยากาศแบบแฮร์รี เพียงพอตเตอร์ ทีมดาราหนังที่มีเสน่ห์ ซึจีอลังการและงานละเอียดกว่าภาคที่แล้ว และก็ความสนุกสนานที่ให้มาแบบค่อนข้างจะครบ ทั้งซึ้ง! ฮา โรแมนติก แอ็กชันหนักหน่วง การผจญภัยที่ตื่นเต้น และก็สัตว์ยอดเยี่ยมที่ยังคงน่ารักแบบประเภทที่เรียกว่าจบในตัว น่าจะทำให้พอเพียงตเตอร์เฮดและก็มักเกิลพอใจแล้วก็มองเพลินๆได้ง่ายๆ!

เปิดความหมายเนื้อความไว้อาลัย ‘ครั้ง ชัลลา’ จากแบบอย่าง ‘Black Panther 2’

ในงาน Comic-Con 2022 Marvel Studios ได้ปล่อยทีเซอร์แรกของ ‘Black Panther: Wakanda Forever’ ให้แฟนคลับได้รับชมกัน ซึ่งไฮไลต์ของตัวอย่างปัจจุบันนี้ ได้แฝงกลิ่นของการไว้อาลัยให้กับ แชดวิก โบสแมน (Chadwick Boseman) ดาราผู้รับบท กางล็ค แพนคุณร์ (Black Panther) ที่เสียชีวิตไปเมื่อปี 2020 ไม่น้อย

จากแบบอย่างนี้ ได้มีการเผยภาพกษัตริย์คราวชัลลา (T-Challa) ผู้เสียชีวิต ถูกวาดบนผนังกำแพง และก็มีภาษาวาคานดัน (wakandan) ซึ่งเป็นภาษาพื้นบ้านของชาววาคานดา (Wakanda) เขียนไว้อาลัยอยู่ข้างหลัง

ตัวเขียนพวกนี้เมื่อแปลเป็นภาษาไทยแล้ว จะแสดงว่า “ขอให้กษัตริย์แล้วก็แพนเธอร์อยู่กับพวกเราตลอดไป”

ด้านในแบบอย่างยังมีฉากที่น่าดึงดูดเยอะมาก เป็นต้นว่า ฉากที่มีเด็กอ่อน ซึ่งไม่ทราบจะเกี่ยวเนื่องกับแบล็ค แพนเธอร์อย่างไร

หรือ ฉากที่เผยให้มองเห็นเชื้อสายจากใต้น้ำที่เราไม่เคยมองเห็นมาก่อนจากภาคแรก แต่ที่แน่ๆตัวภาพยนตร์จะดำเนินเรื่องราวหลังยุคกษัตริย์ที ชัลลา โดยมีรามอนดา (Ramonda) มารดาของครั้ง ชัลลา เป็นคนขึ้นปกครองประเทศแทน

Jessica Alba เผยอยากให้นักแสดงใน MCU มีความมากมายหลากหลายมากขึ้นเรื่อยๆ

เจสสิกา อัลบา (Jessica Alba) ดาราดังลูกครึ่งเม็กซิกัน-อเมริกัน ผู้เคยสวมบท ซูซาน สตอร์ม หรือ Invisible Woman ในหนัง ‘Fantastic Four’ ทั้งสองภาค (2005-2007) ได้ออกมาคอมเมนต์ถึงความมากมายหลายของนักแสดงมาร์เวลในจักรวาล MCU ที่คุณคิดว่าจะกี่ปีผ่านไปมาร์เวลก็ยังย้ำใช้แต่ดาราผิวขาวอย่างเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

“ถ้าคุณดูไปที่หนังของมาร์เวล ผู้เป็นตัวเคลื่อนจินตนาการรวมทั้งแวดวงหรรษาช่วงนี้ คุณจะมีความเห็นว่ามันเป็นงานแบบครอบครัว ที่ยังเน้นไปที่ตัวละครผิวขาวอยู่เลย ก่อนที่จะมาร์เวลจะถูกขายให้ดิสนีย์ ฉันเคยเป็นเลิศในไม่กี่คนนั้น (ที่นานาประการ) แม้กระนั้นเวลานี้…ทุกสิ่งก็ยังดังเดิม” หนังใหม่

ถึงแม้หนังของมาร์เวลในจักรวาล MCU เฟสที่ 1 และ 2 จำนวนมากเน้นไปที่ตัวละครชายผิวขาวเป็นหลัก จากที่อัลบาว่าก็จริง แต่ในปลายๆเฟสที่ 3 !เป็นต้นมาจะเห็นได้ว่าทางมาร์เวลบากบั่นแก้ไขนี้ ด้วยการเปิดตัวตัวละครที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ทั้งยังในเรื่องของเพศและเชื้อชาติ! ไม่ว่าจะเป็น Black Panther, Captain Marvel, Shang-Chi, America Chavez, Ms. Marvel, Eternals หรือ Moon Knight!

นอกเหนือจากตัวอัลบาแล้ว ใน ‘Fantastic Four’ เวอร์ชันปี 2015 ผู้สร้างก็เคยบากบั่นกล่าวโทษนานาประการทางเชื้อชาติเข้าไป โดยดึงผู้แสดงผิวสีอย่าง ไมเคิล บี. จอร์แดน (Michael B. Jordan) มารับบทเป็น จอห์นนี สตอร์ม หรือที่รู้จักในชื่อ Human Torch

หลังจากได้จอร์แดนมาแล้ว ผู้กำกับในเวลานั้นอย่าง จอช แทงค์ (Josh Trank) ก็อยากที่จะให้คนที่มารับบทซูซานพี่สาวของจอห์นนีเป็นดาราหนังผิวสีเช่นเดียวกัน แต่ว่าต่อมาไอเดียดังกล่าวไม่ผ่านการยินยอมของค่าย ทเวนตีท์ เซนจูรี ฟอกซ์ ท้ายที่สุดแทงค์เลยจะต้องหันไปดึง เคต มารา (Kate Mara) มารับบทนี้แทน